จงขยันเรียนรู้ และพัฒนาตนเองต่อไป



การลงทุนมีความเสี่ยง จงเรียนรู้วิธีการบริหารความเสี่ยงและลงทุนอย่างฉลาด อย่าคิดว่าเป็นการพนันเพราะคุณจะเสียอย่างเดียวไม่มีทางได้จริงอย่างยั่งยืน ปัจจัยทางเทคนิคการตลาดการข่าว เวลาที่ลงทุนและเหตุการณ์ตื่นข่าวข่าวลวงทุกอย่างประกอบกัน ต้องมีไหวพริบใจเย็นไม่โลภตื่นตัวเสมอเมื่อตัดสินใจลงทุนไปแล้ว เราควบคุม...เกมส์ของตัวเอง อย่าให้ใครมาคุม...เกมส์ของเรา เว็บไซต์นี้เพียงวางเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่รับเทรดหรือระดมทุนใดๆทั้งสิ้น อยากรู้ก็อ่านเอา อยากเล่นอยากรวยก็เสี่ยงเอาเอง เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง อย่าโทษใครถ้าใจไม่ถึงไม่มั่นคง ข้อมูลไม่แน่นเทคนิคไม่พอ จงโทษตัวเอง
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รวมคำถาม-คำศัพท์ FX แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รวมคำถาม-คำศัพท์ FX แสดงบทความทั้งหมด

15 มิ.ย. 2557

ก่อนคิดใช้ทุกความรู้ในการเทรด

Congratulations จบการศีกษา

ตอนนี้คุณก็พร้อมที่จะครองโลกฟอร์เร็กซ์แล้ว คุณพร้อมที่จะเกษียณ อีกไม่กี่ปี แล้วไปเที่ยวรอบโลกไปกับเครื่องบินส่วนตัว ใช่ไหม?
คิดอีกที ไม่ดีกว่า !
คุณฝันสลาย แต่อย่างน้อยก็ได้ฝัน ใกล้แล้ว เราบอกไว้ตั้งแต่เริ่มแล้วว่า มันไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าเพิ่งเทรดใหม่ คุณอาจจะเทรดได้น่ากลัว

ไม่มีใครเป็นมืออาชีพตั้งแต่แรก ทุกคนต้องเรียนรู้ และต้องใช้เวลา คุณถึง จะรู้ถึงคุณค่าของมัน การเดินดุ่ม ๆ เข้าไปเทรดด้วยบัญชีจริงเลย เหมือนกับ ลงไปแข่งบาส NBA หลังจากที่ เพิ่งจะอ่านคู่มือ การเล่น บาสเกตบอล "Basketball for Dummies" คุณยังไม่ฉลาด ยังไม่แข็งแรง และยังควบคุม อะไรได้ไม่ดี คุณยังไม่ได้พัฒนาทักษะ หรือ จิตใจ ร่างกาย เพียงพอ ที่จะสู้ กับ มืออาชีพหรอก ? เหมือนกับที่ คุณกำลังเข้ามาในตลาด


กระโดงฉลาม

โลกแห่งค่าเงินนั้น ไม่แน่นอนและซับซ้อน มีคนที่สุดโต่ง อยู่ในตลาด เต็มไปหมด บางคนจบด็อคเตอร์ บางคนจบ ปริญญาโท บางคนจบจาก โรงเรียนชั้นนำ ที่มีเงินเยอะ และบางคนมีเครื่องมือเทคโนโลยีชั้นสูง
เมื่อคุณเข้ามาในโลกของฟอร์เร็กซ์ คุณต้องพร้อมที่จะดำผุดดำว่าย ปล้ำกับฉลามเหล่านี้ และพวกมันชอบกินเหยื่ออย่างเรา ๆ ซะด้วยสิ
คุณกลัวหรือเปล่า?


เราอยากให้แน่ใจว่า คุณเข้าใจว่า ถึงแม้ว่าคุณจะสนุกกับฟอร์เร็กซ์ขนาดไหน การเทรดฟอร์เร็กซ์ ก็เป็นเรื่องเครียด เป็นธุรกิจ และคุณต้องใส่ใจกับมันด้วย
ด้วยเหตุนี้ ทุกคนต้องเอาใจใส่กับ ธุรกิจ เพื่อจะได้มีส่วนในผลประโยชน์เหล่านี้บ้าง
ใช่ คุณทำได้ แต่ว่า ก่อนที่คุณจะเริ่มเทรดฟอร์เร็กซ์ บทความในเว็บนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่เราได้แบ่งปัน ให้คุณเริ่ม ในทางที่ถูกต้อง


สนใจที่กระบวนการ ไม่ใช่ สนใจแต่กำไร


สนใจกระบวนการ

เราได้คัดบทความนี้มาเพื่อให้ ง่ายต่อการทำความเข้าใจ เกี่ยวกับพื้นฐาน และเครื่องมือที่ใช้ในการเทรด แต่ จำไว้ว่า เครื่องที่ดีนั้นต้องใช้ได้ง่าย สะดวกด้วย
ภาพวาดนั้น จะไม่สวยเพียงเพราะว่าใช้แค่พู่กัน ต้องอยุ่ที่ทักษะ วิสัยทัศน์ ของนักวาดรูป ที่สร้างงานศิลป์นั้นด้วย
ฟุตบอลไม่ได้วิ่งไปหาจุด เอ็นโซนได้เอง มันต้องมี ควอเตอร์แบ็ค ที่มีความสามารถในการอ่านเกมส์รับ แล้วส่ง ฟุตบอล ให้ถูกจุด ถูกเวลา

มันไม่ใช่เพราะว่า เครื่องมือ อินดิเคเตอร์ หรือ ระบบเทรด Cowbaunga หรือซูเปอร์กลยุทธ์ ที่ทำให้เงินคุณขาดทุน ตอนปลายปี แต่เป็นความสามารถในการอ่านตลาด การทำตามกลยุทธ์ที่ถูกต้อง ถูกสถานการณ์ และการปรับการ จัดการความเสี่ยง อย่างต่อเนื่อง และทำกำไรได้มากกว่าขาดทุน ในระยะยาว

บอล

เหมือนกับศิลปะ เหมือนกับกีฬา หรือความพยายาม ความอุตสาหะ การเทรดนั้นต้องใช้ทักษะหลายอย่าง เครื่องมืออย่างเดียว ไม่สามารถให้คุณประสบความสาเร็จได้

การทุ่มเท ให้กับการอ่าน ศึกษาหาความรู้ ทบทวน และศึกษาบันทึกการเทรดเท่านั้น ถึงจะเป็นหนทางไปสู่ ความสำเร็จ ในช่วงแรก กระบวนการเรียนรู้ควรจะมีความสำคัญมากกว่า การทำกำไร ไม่ใช่มุ่งแต่กำไรอย่างเดียว
มาดูตัวอย่างการเล่นบาสฯ ถ้าเป้าหมายของคุณคือ การเล่น NBA ให้ได้ คุณจะเล่นบาส อย่างเดียวหรือเปล่า?
หรือ คุณจะมาพัฒนาด้าน ร่างกาย การฝึกเวท เทรนนิ่ง พัฒนาทักษะการยิง การเลี้ยง จังหวะเท้า และการส่ง เพื่อให้เวลาคุณเล่นคุณจะทำได้ดีหรือเปล่า?
บางทีคุณต้องทำอย่างที่สอง ใช่ไหม?
ถ้าคุณมุ่งไปที่ NBA โดยไม่ฝึกอะไรเลย คุณจะทำแต้มเท่านั้น หรือ คุณอยากชนะกันหล่ะ ?

เรียนรู้ตลาด เรียนรู้เทคนิคการเทรด และการเรียนรู้การใช้ระบบเทรดที่มีความเป็นไปได้ในกำไร เรียนรู้ในการ จัดการความเสี่ยงด้วยการใช้การจัดการออร์เดอร์ หรือ ตั้งจุดหยุดขาดทุน แล้วใช้ทั้งหมด มาฝึกในบัญชีเดโม

หลังจากนั้น กระบวนการเหล่านี้ จะนำคุณไปสู่ระบบ ที่ช่วยให้คุณประสบความสำเร็จ โดยมีกำไรมากกว่าขาดทุน ในท้ายที่สุด


วัวศักดิ์สิทธิ์ ไม่มี จอกศักดิ์สิทธิ์ หรอก !

วัวศักดิ์สิทธิ์

ลองถาม นักคณิตศาสตร์ แถว วอลสตรีท ว่าทำไม ไม่มีเครื่องมือเทพ อย่างว่า หรือว่า วิธีการเทรด ที่ไม่มีทาง ขาดทุน ร้อยเปอร์เซ็นต์
พวกเขาจะให้คำตอบ มา 2 อย่างคือ
1. คุณไม่สามารถบอกอนาคตได้ มีวิธีที่จะรู้ว่า ธนาคารกลางจะประกาศอะไร ? หรือว่า มีวิธีที่นักลงทุน ระดับซุปเปอร์สตาร์ หรือ ผู้จัดการกองทุนพูด หรือ คิด ในช่วงที่สัมภาษณ์ในทีวี ? คุณจะรู้ไหมว่าเมื่อไหร่ ผู้ก่อการร้ายจะก่อการเมื่อไหร่ ? เรื่องภัยธรรมชาติ อย่างเช่น แผ่นดินไหว หรือว่า สึนามิ ?

เรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น มันไม่มีทางคาดเดาได้ว่า จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ และมันจะส่งผลกระทบในตลาดอย่างไร เข้าใจว่า นี่เป็นส่วนหนึ่งในการเทรด และสิ่งที่คุณทำได้ดีที่สุดก็คือ เตรียมตัวให้พร้อม เตรียมพร้อม เมื่ออะำไรมันจะเกิด

2. ข้อมูลไม่ได้ทำให้ตลาดเปลี่ยนแปลง แต่ คนเทรดต่างหาก
จะมีเวลาที่ข้อมูลกับราคานั้นไม่ได้เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันอยู่ ทำไมเป็นอย่างนั้น ? บางทีผลราคา มันอาจจะเคลื่อนไหวไปก่อน ? บางทีเทรดเดอร์ไม่ได้สนใจเรื่องข้อมูลที่ออกมา บางทีสถาบันนั้น ได้เข้าเทรด ในทิศทางที่ผิดก็ได้ ? แล้วนักเทรดทุกคนในตลาด จะตัดสินใจเช่นเดียวกันในตลาดอย่างนั้นหรือ ?

ไม่ว่าราคาจะเป็นอย่างไรก็ตาม การตัดสินใจที่ทำให้ตลาดไม่ได้ออกมาอย่างที่เราคาดคิด ไม่มีเหตุผลมาอธิบายนั้น มีอยู่บ่อย ๆ
ถ้าคุณคิดเรื่องเทรดเดอร์ เป็นล้าน ๆ คน ที่มีเป้าหมาย และกลยุทธ์การเทรดที่แตกต่างกัน มีขนาดบัญชีที่แตกต่าง กัน และมันจะมาบอกทิศทางตลาดได้นั้นจะยากขนาดไหน
คุณไม่สามารถคำนวณพฤติกรรมมนุษย์ หรือว่า คำนวณเหตุการณ์ในอนาคต โดยใช้สมการคณิตศาสตร์ เพื่อจะ กำจัดความเสี่ยงนี้ ไปได้หมดหรอก มันมีความไม่แน่นอนเสมอ และก็ต้องมีบ้างที่เราเทรดผิด หรือ ขาดทุน ไม่เป็นไปตามที่ตลาดเคลื่อนไหวบ้าง จริง ๆ แล้ว มีหลายครั้งที่คุณเทรดผิดได้
ความสมบูรณ์แบบเป็นสิ่งที่เราต้องหลีกเลี่ยง สำหรับใครก็ตามที่คิดว่า ต้องถูกเสมอ เราต้องเตือนคุณไว้ก่อน..


ไม่มีใครบอกได้ว่า ตลาดมันจะไปทิศทางไหน


ไม่มี

แต่ถ้าคุณยังไม่หมดหวัง ก็ให้มุ่งหน้าหาจอกศักสิทธิ์ ต่อไป
แต่ถ้าคุณสามารถหา ยูนิคอร์นสีชมพู ยืนอยู่ใต้สีรุ้ง คุณก็จะเจอกับ leprechaun เค้าก็จะให้จอกศักสิทธิ์ กับคุณ แล้วก็ iPhone5! โชคดี

ยูนิคอร์น สีชมพู

อดทน และ มีวินัย

อดทน
มันคือความจริง โดยเฉพาะในการเทรด Arnold H. Glasgow ตลกอเมริกันคนหนึ่ง บอกว่า "กุญแจในการทำทุกอย่างคือ ความอดทน คุณอยากได้ไข่ คุณก็ต้องเลี้ยงไก่ ไม่ใช่ทุบไก่"
การพัฒนาแผนการเทรดจะต้องใช้เวลา พัฒนาทักษะก็ต้องใช้เวลา การรอเพื่อให้เทรด ในช่วงเวลาที่ถูกต้อง ต้องใช้ความอดทน การเข้าและออก ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ก็ต้องใช้ความอดทน


วินัย
วินัย ในการเทรดนั้นก็สำคัญ และหมายความว่าการทำอะไรก็ตาม คุณต้องทำตามขั้นตอน แม้ว่าคุณไม่อยาก จะทำมัน
หมายความว่า คุณต้องเตรียมตัวทุกวัน ทุกสัปดาห์ ด้วยการศึกษากราฟ และข้อมูล
ถ้าคุณเป็นเครื่องจักรอัตโนมัติ หรือ คุณเป็นนักเทรดหุ่นยนต์ หมายความว่า คุณต้องทดสอบระบบ และพยายามตั้งค่าต่าง ๆ ที่แตกต่างกัน กลยุทธ์ต่าง ๆ ที่แตกต่างกันในสภาวะตลาดที่ต่างกัน
และแน่นอน อย่าลืม่จดบันทึก ทบทวนทุกวันที่คุณเทรด
การบันทึกการเทรดเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่การเทรด ที่แบ่งแยกเทรดเดอร์มืออาชีพ กับ มือสมัครเล่น แต่แย่หน่อย ที่มือใหม่ไม่ค่อยสนใจมากนัก
แนวคิดในการเทรด และเทคนิคง่าย และธรรมดาในการเรียนรู้ แต่สิ่งที่ยาก คือ การเรียนรู้ที่จะอดทน และความมี วินัย อดทนรอถึงเวลาที่ถูกต้อง การตัดสินใจที่ดี จะว่าเป็นเรื่องที่ยากที่จุดที่เราจะต้องเอาใจใส่มันเลยก็ว่าได้
สำหรับมือใหม่ การนั่งดูอยู่ข้าง ๆ เป็นการเสียโอกาสในการทำกำไร
การคิดแบบนี้นำไปสู่ความล้มเหลวในการฝึกความอดทน และความมีวินัย และเป็นสาเหตุ ของความผิดพลาด ในการเทรด :
- แรงเย้ายวนในการเทรด
- ปล่อยให้ขาดทุนเยอะเกินไป
- ตัดทำกำไรเร็วเกินไป
- แก้แค้นในออร์เดอร์ที่ขาดทุน

ไก่ ไข่
พฤติกรรมเหล่านี้จะเผาบัญชีคุณ !

จำไว้ว่า งานของคุณในฐานะมือใหม่ คือเรียนรู้ที่จะตัดสินใจเข้าเทรดให้ดี และอยู่ให้รอด
สิ่งที่คุณต้องทำให้ได้คือ อดทนและมีวินัย เพื่อที่จะมองไปข้างหน้าในฐานะนักเทรดมาราธอน ไม่ใช่นักเทรดร้อยเมตร
และนี่ไม่ใช่วิธีที่จะรวยได้ในข้ามคืน
ต้องใช้ความทุ่มเทในการสร้างทักษะที่จะทำให้คุณได้กำไรในการเทรดในทุกสภาพตลาด ที่มันเข้ามาหาคุณ
ยิ่งไปกว่านั้น ปลดโซ่ตรวนของตัวเอง สู้ !!
ถ้าคุณอดทน และรักษาวินัย และทุ่มเทในการปรับปรุงตัวเอง แล้วฐานะของนักเทรดอ่อนหัดที่คุณเป็น อาจจะไม่สามารถเปรียบเทียบได้ กับสิ่งที่จะเข้ามาในการเทรดของคุณ

อีกอย่าง..
จำไว้ว่า โอกาสที่ดีมักจะเกินขึ้นทุกวัน !
ไม่จำเป็นต้องรีบ ทำให้เสียการ และพวกเขาจะดึงให้คุณไม่ไปถึงเป้าหมาย
พยายามยึดกับแนวคิดของคุณไว้ และถ้าเกิดว่ามันไม่เป็นอย่างที่คุณคิด ก็ให้รอโอกาสต่อไป
แม้ว่าโลกจะหยุดเทรดค่าเงิน แต่ก็จะมีโอกาสให้เราอยู่เสมอ
การจะกลายมาเป็นนักเทรดที่ดี ไม่จำเป็นต้องอัจฉริยะ มีไอคิวสูง เรียนในโรงเรียนชั้นนำ หรือ ไม่ต้องมี 3 มือ 3 ตา
มันต้องใช้เวลา คุณต้องเก็บชั่วโมงในการศึกษาตลาด ศึกษากราฟ และฝึกเทรดให้ดี ถ้าคุณมีความท้าทายในการเทรด และสนุกกับมัน โอกาสในการอยู่รอดคุณมีสูง

โอเค เริ่มผจญภัยในโลกของฟอร์เร็กซ์ กับเรา
ลุยกันเลย
อย่าหยุดปรับปรุงตัวเองทุก ๆ วัน คุณสามารถเปลี่ยนชีวิตของคุณให้ดีกว่านี้ได้

win pip

ขอให้โชคดีในการเทรด !




credit http://indicatorforex2tred.blogspot.com/

FOREX LESSON บทเรียนฟอเร็กซ์

Level 1-Forex Basic  
ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับฟอเร็กซ์ ,ฟอเร็กซ์คืออะไร
Level 10-Harmonic Pattern  
ทำความรู้จักกับรูปแบบ Harmonic ของต่าง Harmonic Chart มีอะไรบ้าง
Level 2-Type of tradings&Charts 
ประเภทของการเทรดและกราฟ
Level 11-Multiple Time Frame  
การวิเคราะห์โดยการดูความสำพันธ์ของช่วงเวลาที่ต่างกัน
Level 3-Candlestick Charts 
รูปแบบของแท่งเทียนที่ใช้ในตลาดฟอเร็กซ์
Level 12-Elliott Wave Theory 
เรียนรู้และทำความรู้จักกับทฤษฎีคลื่น Elliott
Level 4-Support & Resistance 
แนวรับ-แนวต้านและการใช้เส้นแนวโน้ม
Level 13 -Breakout Tradings 
การเทรดโดยการรอราคาหลุดจากกรอบ
Level 5-Fibonacci 
วิธีการใช้ไฟโบนัคซี่ , ตัวเลขไฟโบนัคซี่
Level 14-Price Action  
การเทรดโดยใช้แท่งเทียน
Level 6-Type Of Moving Average
เส้นค่าเฉลี่ยนการเคลื่อนที่ มีอะไรบ้าง , มีวิธีการใช้อย่างไร
Level 15- Create Trading System 
การสร้างระบบเทรดของคุณขึ้นมา ระบบเทรดที่สามารถทำไรให้กับตัวคุณได้
Level 7-General Indicators 
พื้นฐานของตัวชี้วัดต่างๆ เช่น MACD , Stochastic , RSI, Bollingerband ,Ichimoku และอื่นๆ
Level 16- Money Management
การบริหารเงินและบริหารความเสี่ยงของพอร์ต
Level 8-Pivot Point 
จุดกึ่งกลางของแนวโน้ม การหาจุดกึงกลางที่ช่วงเวลาต่างๆกัน
Level 17 Trade Your Plan 
การวางแผนการเทรดของตัวเองและเทรดตามแผนที่ได้วางไว้
Level 9-Common Charts Pattern 
รูปแบบทั่วไปของกราฟ รูปแบบการกลับตัวของกราฟ รูปแบบพักตัวของกราฟ รูปแบบต่อเนื่องของกราฟ
Level 18-Psychology Of Forex 
หลักจิตวิทยาของการเทรดฟอเร็กซ์
                        Credit http://www.thaiforexschool.com
 คลิกที่รูป จะเป็นไฟล์ PDF สามารถโหลดไปอ่าน หรือ ปริ้นมาได้นะครับ
แต่หากคลิกที่ชื่อ จะเป็นการเข้าสู่ Forums ในเนื้อหานั้นๆ

รูปแบบกราฟแท่งเทียน (CandleStick Chart Pattern)

What 's Candle Stick Chart ? กราฟแท่งเทียนคืออะไร
กราฟแท่งเทียนเป็นกราฟที่แสดงราคาของหุ้นตัวนั้น ซึ่งจะแสดงราคาเปิด ( Open Price ) ราคาปิด(Close Price) ราคาสูงสุด ( High Price) และราคาต่ำสุด( Low Price ) โดยต้นกำเนิดของกราฟแท่งเทียนมาจากประเทศยี่ปุ่นโดยมีประวัติย้อนหลังยาวนานมาก โดยนาย Munehisa Homma เป็นผู้คิดค้นจากการวิเคราะห์จิตวิทยาของคนในการซื้อชายและกำหนดราคาข้าว และเขาได้เขียนหนังสือไว้สองเล่มคือ Sakata  Henso และ Soba No Den เมื่อประมาณ พ.ศ. ที่ผ่านมาประเทศกลุ่มตะวันตกทั้งหลายได้เห็นถึงประสิทธิภาพจึงได้นำมาประยุกต์ใช้กับตลาดหุ้น ตลาดซื้อขายล่วงหน้า ตลาดเงินตราระหว่างประเทศ โดยรูปแบบต่างๆของกราฟแท่งเทียนนั้นมีอยู่ด้วยกันมากกว่า 50ประเภท แต่เรานำมาประยุกต์ใช้กับตลาด ณ ปัจจุบันเพียงและเกิดขึ้นบ่อยๆ เพียงแค่บางส่วนเท่านั้น

รูปร่างทั่วไปของแท่งเทียน  General Of CandleStick Sharp
แท่งเทียนจะประกอบด้วย ราคาปิด ราคาเปิด ราคาต่ำสุด ราคาสูงสุด ซึ่งระยะระหว่างราคาปิดและราคาเปิดเราจะเรียกว่า ตัวแท่ง ( Body)  ใส้เทียนด้านบน คือ Upper Shadow และ ใส้เทียนด้านล่าง Lower Shadow

ลักษณะของแท่งเทียนมีอยู่ สาม แบบ คือ
1. แท่งเทียนขาขึ้น Bullish Candlestick  ลักษณะของแท่งเทียนขาขึ้นนี้ ราคาปิดจะอยู่สูงกว่าราคาเปิด

bullish candlestick แท่งเทียนขาขึ้น
2.แท่งเทียนขาลง Bearish Candlestick ลักษณะของแท่งเทียนขาลงคือ ราคาปิดจะต้องต่ำกว่าราคาเปิด
bearish candlestick แท่งเทียนขาลง

3.Doji โดจิคือ ราคาเปิดและราคาปิดของแท่งเป็นราคาเดียวกัน หรือ อยู่ใกล้เคียงกันมากๆ

doji ราคาปิดและราคาเปิดอยู่ตำแหน่งเดียวกัน

รูปแบบของแท่งเทียน (Candlestick Pattern ) มีด้วยกัน 3 รูปแบบคือ
1.รูปแบบของแท่งเทียนขาขึ้น (Bullish Candlestick Pattern)
2.รูปแบบของแท่งเทียนขาลง (Bearish Candlestick Pattern)
3.รูปแบบของแท่งเทียนแบบต่อเนื่อง (Continuous Candlestick Patern)


รูปแบบกราฟแท่งเทียนที่มักจะพบบ่อยที่สุด มีดังนี้

      โดยปกติแล้ว รูปแบบของแท่งเทียนมีเยอะมาก มากกว่า 50 รูปแบบ ถ้าจะให้เราจำหมด ก็คงไม่ไหว วันนี้ผมจึงเอาเฉพาะรูปแบบที่พบบ่อยบนกราฟของเรามาให้ดูกันครับ ว่าแต่ละตัวบอกถึงอะไร สื่อความหมายว่าอย่างไร การดูแท่งเทียนเป็นวิธีการที่ดีที่ใช้ในการวิเคราะห์หุ้น หรือ ฟอเร็กซ์ และเพื่อความแม่นยำให้กับการวิเคราะห์กราฟของเรา เราก็ควรจะใช้รูปแบบของกราฟแท่งเทียนร่วมกับเครื่องมืออื่นๆ เช่น Indicator , Fibonacci , Trendline , Moving Average และ รูปแบบกราฟโดยทั่วไป เราสามารถประยุกต์กราฟแท่งเทียนเข้ากับเครื่องมือเหล่านี้ได้ 
     
    10 อันดับที่พบบ่อยของ รูปแบบกราฟแท่งเทียน
 Dark Cloud Cover:  เป็นแท่งเทียนตามด้วยแท่งเทียนสีดำ ราคาเปิดของแท่งสีดำจะเปิดสูงกว่าราคาสูงสุดของแท่งสีขาวและราคาปิดของแท่งสีดำจะปิดต่ำกว่าจุดกึ่งกลางของแท่งสีดำ รูปแบบนี้เป็นสัญญาณการกลับทิศจากแนวโน้มขาขึ้นกลายเป็นแนวโน้มขาลง (Bearish Reversal Signal)
     แต่ถ้าราคาปิดของแท่งเทียนสีดำ ปิดสูงกว่าจุดกึ่งกลางของแท่งเทียนสีข่าว ให้เรารอสัญญาณยืนยันของแท่งเทียนสีดำอีกแท่ง ถ้าราคาปิดของแท่งเทียนอีกแท่งปิดต่ำกว่ากึ่งกลางของแท่งสีขาว ก็เป็นสัญญาณการกลับตัวเป็นตลาดขาลง
 Doji:  เป็นกราฟแท่งเทียนที่มีราคาเปิดและราคาปิดอยู่ในราคาเดียวกัน หรือใกล้เคียงกันมากๆ เราก็ถือว่ากราฟแท่งเทียนนั้นเป็นโดจิ ลักษณะของมันจะคล้าย เครื่องหมาย บวก เครื่องหมาย ลบ กากบาท ซึ่งทั้งหมดนี้จะถูกเรียกว่า โดจิ 
ถ้าเกิด โดจิ ขึ้นกับกราฟของเรา นั่นคือสัญญาณบอกเราว่า ราคากำลังจะเปลี่ยนจากแนวโน้มเดิม โดยทั่วไปแล้ว เราจะดู โดจิเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูแท่งเทียนถัดมาอีกแท่งเพื่อเป็นสัญญาณยืนยันของแนว
โน้มนั้น
 Engulfing Pattern: ในสภาวะที่เป็นตลาดขาลงเราจะเป็นว่าแท่งสีดำ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเมื่อเปลี่ยนแท่ง ราคาจะกระโดดโดยที่ราคาเปิดของแท่งสีขาวจะอยู่ต่ำกว่าราคาปิดของแท่งสีดำ และมีแรงซื้อเข้ามาทำให้เราราปิดของแท่งสีขาวสูงกว่าราคาสูงสุดของแท่งสีดำ นี่คือ ตลาดกำลังจะ
 กลับตัวจากแนวโน้มลงเป็นแนวโน้มขาขึ้น ลักษณะรูปแบบแท่งเทียนแบบนี้เรียกว่า Engulfing Bullish  
Engulfing Pattern จะประกอบด้วย 2 รูปแบบคือ Engulfing Bullish และ Engulfing Bearish 
 Evening Star: โดยทั่วไปแล้วรูปแบบแท่งเทียนนี้จะเป็นการกลับตัวของกราฟจากแนวโน้มขาขึ้นกลายเป็นแนวโน้มขาลง โดบรูปแบบนี้จะประกอบด้วยแท่งเทียนสามแท่ง แท่งแรกเป็นแท่งเทียนสีขาวยาวๆ และตามด้วยแท่งเล็กๆ ที่เกิดการกระโดดขึ้นไปอยู่บนยอด (gap) และมีขนาดเล็กๆ ราคาปิดและราคาเปิดของแท่งเทียนที่สองจะอยู๋ใกล้เคียงกัน จากนั้นก็เกิดช่องว่าง(gap)เปลี่ยนเป็นแท่งที่สามเป็นแท่งสีดำยาวๆ นี่คือลักษณะของ Evening Star นอกจาก Evening Star แล้วก็ยังมี Morning Star โดยหลักการก็ตรงกันข้ามกับ Evening Star

 Hammer: เมื่อตลาดอยู่ในสภาวะขาลงมีแท่งเทียนสีดำลงมาเรื่อยๆ จากนั้นราคาได้ดีดตัวขึ้นจากจุดต่ำสุด โดยลักษณะของแท่งเทียนจะเป็นแบบตะปู โดยที่มีราคาปิดจะปิดสูงกว่าราคาต่ำสุดลักษณะนี้เราจะเรียกว่า Hammer  

Hammer มักจะบอกเราอยู่เสมอว่า ราคากำลังจะเปลี่ยนจากแนวโน้มขาลงกลายเป็นแนวโน้มขาขึ้น  

Hanging Man:  รูปแบบของ Hanging man จะคล้ายกับ Hammer แต่จะเกิดกับแนวโน้มขาขึ้น ถ้าเกิด Hanging man กราฟมันกำลังบอกเราว่า แนวโน้มกำลังจะเปลี่ยนจากขาขึ้นกลายเป็นขาลง ให้รอสัญญาณยืนยันจากแท่งเทียนขาลงอีกแท่ง 

 Harami: รูปแบบนี้จะประกอบด้วยแท่งเทียนสองแท่งแท่งเทียนขาขึ้นสีขาวและแท่งเทียนสีดำ เมื่อมีแท่งเทียนปิดตัวลงได้เกิดแท่งเทียนสีดำเล็กขึ้น โดยแท่งเทียนสีดำอยู่ระหว่าง Body ของแท่งเทียนสีขาว แท่งเทียนแบบ Harami นี้จะบอกการกลับตัวจากแนวโน้มเดิม
Harami จะประกอบด้วย 2 รูปแบบคือ Bullish Harami และ Bearish Harami  ตัวอย่างด้านบนเป็น Bullish harami
 Morning Star: รูปแบบของแท่งเทียนแบบ morning star จะดูกันแค่ 3 แท่ง รูปแบบนี้เอาไว้ดูการกลับตัวของกราฟจากขาลงเป็นขาขึ้น (Bullish Reversal candle pattern) จะประกอบแท่งเทียนสีดำยาวๆ ซึ่งเป็นแท่งเทียนขาลงและ ตามด้วยแท่งเทียนสั้นๆ ที่เกิด gab ด้วย เมื่อมีแท่งสั้นๆตรงกลางแล้ว ตามด้วย แท่งเทียนสีขาว 
แท่งเทียนสีขาวที่เกิดขึ้น ราคาปิดของแท่งเทียนสีขาวต้องปิดสูงกว่ากึ่งกลางของแท่งเทียนสีดำ  
Piercing Line: เป็นแท่งเทียนสีดำ ตามด้วยแท่งเทียนสีขาวที่มีราคาเปิดต่ำกว่าราคาปิดของแท่งเทียนสีดำ แต่แท่งเทียนสีขาวสามารถทำราคาปิดสูงกว่ากึ่งกลางของแท่งเทียนสีดำ รูปแบบนี้เป็นรูปแบบการกลับตัวการกลับตัวของกราฟจากขาขึ้นเป็นกราฟขาลง และรูปแบบนี้เป็นรูปแบบที่ตรงข้ามกับ Dark Cloud Cover
 Shooting Star: รูปแบบนี้จะตรงข้ามกับรูปแบบของ Hammer แท่งเทียนแท่งแรกเป็นแท่งเทียนขาขึ้น และตามด้วยแท่งเทียนที่มีราคาปิดและเปิดอยู่ใกล้ๆกับราคาต่ำสุด รูปแบบนี้จะบ่งบอกเราว่ากราฟกำลังจะเปลี่ยนแนวโน้มจากขาขึ้นมาเป็นแนวโน้มขาลง

ทริคในการเทรดโดยรูปแบบแท่งเทียน 
เราสามารถดูแท่งเทียนเพียงอย่างเดียวในการเทรด ได้ แต่เพื่อความแม่นยำ ควรจะดูควบคู่ไปกับ Indicators หรือ เครื่องมืออื่นๆไปด้วย เช่น 
1.ผมจะดูรููปแบบของแท่งเทียนควบคู่ไปกับการดู Overbought Oversold  เมื่อ Indicators บอกเราว่า ราคาได้ Oversold แล้ว ก็จะมาดูที่ราคา แล้วรอจนกว่าราคาจะเกิดแท่งเทียนกลับตัวเป็นแท่งเทียนขาขึ้น หรือเป็นรูปแบบกราฟแท่งเทียนขาขึ้น (Bullish Candle Pattern) จากนั้นเราจึงตัดสินใจที่จะซื้อ (Buy) 

2.ดูรูปแบบแท่งของแท่งเทียนควบคู่ไปกับ Trendline  เมื่อราคาลงมาชนเส้นแนวโน้มขาขึ้น (Support Trendline or Uptrendline) พอมันลงมาชนแล้วเด้งขึ้น แล้วเราก็รอดูราคาปิดของแท่งเทียน ถ้าราคาปิดสูงกว่า กึ่งกลางของแท่งก่อนหน้านั้น แล้วเราจึงสินใจ Buy  (ในกรณีที่ราคาขึ้นไปชนแนวโน้มขาลง(Resistance Trendline)  ก็ทำตรงข้ามกัน)

3.ดูรูปแบบแท่งเทียนควบคู่กับ แนวรับแนวต้านจากราคาในอดีต และ Fibonacci เมื่อราคาแตะแนวรับแนวต้าน ให้เราสังเกตลักษณะแท่งเทียน ถ้าชนแนวเด้ง นั่นหมายความว่า ราคามีโอกาสกลับตัว แต่ถ้าชนแล้วผ่านฉลุย ปล่อยให้ราคามันวิ่งไป อย่าไปแตะมัน 

ศึกษาการวิเคราะห์รูปแบบแท่งเทียนต่างๆได้ภายในบล็อคนี้คลิ๊ก link ด้านล่างนี้ครับ

การวิเคราะห์รูปแบบแท่งเทียนทั้งหมด